Inflammation of Acne: การอักเสบของสิวที่คุณควรรู้!!
เมื่อเติบโตเข้าสู่วัยรุ่น ร่างกายจะมีการสร้างฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะไปกระตุ้นทำให้ต่อมไขมัน (Sebaceous Gland) ผลิตไขมัน (Sebum) ออกมามาก ขณะเดียวกันภายในรูขุมขนที่เชื่อมต่อกับท่อต่อมไขมัน (Pilo-Sebaceous Gland) เป็นที่อยู่อาศัยของ เชื้อซี. แอคเน่ส์ (C. acnes) โดยเชื้อ ซี. แอคเน่ส์ (C. acnes) จะเปลี่ยนไขมันเป็นสารก่อการอักเสบ (Inflammatory Mediator) ส่งผลให้เซลล์ผิวหนังกำพร้า (Keratinocyte) บริเวณผนังท่อต่อมไขมัน แบ่งตัวเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดการอุดตันของท่อรูขุมขน (Follicular Plug) เกิดเป็นก้อนคอมีโดนหรือสิวอุดตันที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า หรือ Microcomedones
การอุดตันของท่อรูขุมขน ทำให้เชื้อซี. แอคเน่ส์ (C. acnes) มีการเจริญเติบโต เพิ่มจำนวนมากขึ้น (Colonization) ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันโดยกำเนิด (Innate Immunity) จะตอบสนองต่อเชื้อที่เพิ่มมากขึ้น โดยการหลั่งสารกระตุ้นการอักเสบ (Proinflammatory Cytokine) ทำให้เกิดการอักเสบที่มีความรุนแรงตามไทป์ของสิวอักเสบแต่ละชนิดได้แก่ สิวอักเสบไทป์ 1 (Acne type 1) สิวอักเสบไทป์ 2 (Acne type 2) สิวอักเสบไทป์ 3 (Acne type 3) และ สิวอักเสบไทป์ 4 (Acne type 4) เป็นต้น
นอกจากนี้การอักเสบของสิว (Inflammation of Acne) ยังทำให้เกิดแผลที่บริเวณท่อต่อมไขมัน (Pilo-Sebaceous Gland) ซึ่งจะเกิดการอักเสบซ้อน เรียกว่า การอักเสบจากแผลใต้สิว (Wound Inflammation) โดยเริ่มตั้งแต่ระดับของการปริแตก รั่วซึมเล็กน้อยไปจนถึงแผลฉีกขาดขนาดใหญ่ที่กว้างและลึก ซึ่งการอักเสบจะมีความรุนแรงตามลักษณะของสิวแต่ละไทป์
การอักเสบของสิว (Inflammation of Acne) ไม่ใช่การติดเชื้อ (Infection) เพราะเชื้อซี. แอคเน่ส์ (C. acnes) ที่เกี่ยวข้องเป็นเชื้อที่ไม่เป็นอันตรายและไม่ก่อประโยชน์ (Commensal Bacteria) แต่การอักเสบของสิว (Inflammation of Acne) เป็นกระบวนการอักเสบคู่แบบปราศจากเชื้อ (Dual Sterile Inflammation) ซึ่งเกิดจาก
1. การอักเสบจากระบบภูมิคุ้มกันโดยกำเนิด (Innate Immunity Inflammation) → ที่ร่างกายตอบสนองต่อเชื้อ C. acnes และสารก่ออักเสบ
2. การอักเสบจากแผลใต้สิว (Wound Inflammation)→ ที่เกิดจากการปริแตกเป็นแผลของท่อต่อมไขมัน (Pilo-Sebaceous Gland)
วิธีการดูแลรักษาให้เห็นผลเร็วและมีประสิทธิภาพ
1.ลดการอักเสบที่เกิดจากภูมิคุ้มกันโดยกำเนิด (Innate Immunity Inflammation) → ใช้ผลิตภัณฑ์หรือยาที่ช่วยลดการอักเสบ เพื่อลดการตอบสนองที่มากเกินไปของร่างกาย
2.สมานแผลใต้สิว (Wound Healing Process) → ใช้ผลิตภัณฑ์หรือยาที่ช่วยฟื้นฟูและป้องกันแผลจากสิว เพื่อลดการอักเสบเรื้อรัง
หากคุณมีปัญหาสิวอักเสบที่รักษาเท่าไรก็ไม่หาย ลองปรับแนวทางการดูแลให้ตรงจุด!
เริ่มต้นด้วยการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยจัดการการอักเสบทั้งสองส่วนอย่างครบวงจร แล้วคุณจะเห็นผลลัพธ์ที่แตกต่าง
อย่าปล่อยให้สิวอักเสบเรื้อรังมาสร้างปัญหาให้กับคุณ—ดูแลอย่างตรงจุดตั้งแต่วันนี้!