ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสิว (Acne Vulgaris) กับบริบทสิวใหม่ตามหลักการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine)
สิวเกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของท่อต่อมไขมัน ซึ่งปกติแล้วจะทำหน้าที่ผลิตไขมันออกมา เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้น ให้กับผิวหนัง แต่หากมีการผลิตไขมันที่มากเกินกว่าดุลยภาพร่วมกับการเพิ่มจำนวนของเชื้อพี แอคเน่ส์ (P. Acnes) ในรูขุมขน จะทำให้เกิดการกระตุ้นเซลล์ผนังรูขุมขนให้หลุดลอกมารวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนเล็กๆ ที่เรียกว่า ไมโครคอมิโดน (Microcomedones) เมื่อขบวนการนี้เกิดขึ้น ก็จะเกิดการสะสมของผนังรูขุมขนกับไขมันที่มากขึ้น จนดันนูนขึ้นมาด้านบน มองเห็นเป็นเม็ดนูนสีเดียวกับผิว ที่เรียกว่าคอมิโดน (Comedones) หรือสิวอุดตันนั่นเอง
โดยทั่วไปเราสามารถแบ่งสิวได้ 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ สิวที่ไม่มีการอักเสบ กับสิวที่เกิดการอักเสบแล้ว ซึ่งวิธีการรักษาจะแตกต่างกัน โดยสิวที่ไม่มีการอักเสบหรือสิวอุดตันทั่วไป จะใช้ยาเพื่อละลายการอุดตันสิวที่มีส่วนผสมของตัวยาเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) แล้วกดสิวออก ส่วนสิวที่มีการอักเสบ จะใช้ยาทาที่มีตัวยาปฏิชีวนะอย่าง คลินดามัยซิน (Clindamycin) เพื่อลดเชื้อสิวและลดการอักเสบ
ตามหลักการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) จากการศึกษาพบว่า สิวที่เราเรียกว่าสิวไม่อักเสบนั้น แท้จริงได้เกิดการอักเสบไปแล้ว เพียงแต่เรายังมองไม่เห็นหรือรู้สึกถึงอาการปวด บวม แดงของลักษณะสิว เพราะการที่เซลล์ผิวหนังกำพร้า (keratinocyte) ตรงผนังท่อต่อมไขมันมีการแบ่งตัวเร็วผิดปกติ จนเกิดเป็นก้อนคอมิโดนนั้น ถือว่าได้เกิดการอักเสบอ่อนๆ ที่ผนังท่อรูขุนขนแล้ว และหากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนสภาพ ไปสู่การอักเสบที่สามารถมองเห็นเป็นเม็ดอักเสบแบบต่างๆ โดยขึ้นอยู่กับชนิดของเซลล์และจุดที่รับสัญญาณการอักเสบ ซึ่งจะทำให้ลักษณะการอักเสบของสิวออกมาแตกต่างกัน ตามเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดสิวที่อักเสบ ดังนี้
สิวอักเสบไทป์ 1 (Acne Type 1) หรือที่รู้จักกันในนาม สิวอุดตัน จะเกี่ยวข้องกับเซลล์ Lymphocyte ทำให้เกิดการอักเสบเล็กน้อยภายในรูขุมขน มีลักษณะเป็นเม็ดนูน สีเดียวกับผิว จะค่อยๆ ปรากฏให้เห็น และอยู่นานมากๆ ซึ่งอาจจะนานเป็นปี
สิวอักเสบไทป์ 2 (Acne Type 2) หรือสิวปุ๊บปั๊บ จะเกี่ยวข้องกับเซลล์ Monocyte ทำให้เกิดการอักเสบปานกลางบริเวณส่วนบนท่อรูขุมขน มีลักษณะเป็นเม็ดนูน สีชมพูเรื่อๆ หรืออาจจะมีแค่อาการเจ็บๆ คันๆ ก็ได้ จะเกิดขึ้นเร็วและคงอยู่ไม่นาน ระยะเวลาการเกิดและคงอยู่สั้นมาก ไม่เกิน 3วัน
สิวอักเสบไทป์ 3 (Acne Type 3) สิวอักเสบเม็ดแดง จะเกี่ยวข้องกับเซลล์ Neutrophils ที่บริเวณส่วนกลางของท่อรูขุมขน หรือบริเวณชั้นผิวหนังแท้ส่วนบน ทำให้เกิดการอักเสบมาก เป็นเม็ดนูนบวมแดง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 5 มิลลิเมตร อาจจะมีหนองหรือไม่มีก็ได้ และคงอยู่นานประมาณ 6 – 8 สัปดาห์
สิวอักเสบไทป์ 4 (Acne Type 4) สิวอักเสบเม็ดแดงขนาดใหญ่ จะเกี่ยวข้องกับเซลล์ Neutrophils ที่อยู่บริเวณส่วนล่างของท่อรูขุมขน หรือบริเวณชั้นผิวหนังแท้ส่วนล่าง จึงมีการอักเสบที่อยู่ลึกกว่าและรุนแรงมากกว่า สิวอักเสบไทป์ 3 มีลักษณะเป็นเหมือนถุงน้ำหรือไตแข็ง มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 5 มิลลิเมตร และคงอยู่นานประมาณ 12 สัปดาห์
การรักษาสิวตามหลักการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) เป็นการรักษาด้วยผลิตภัณฑ์ที่มุ่งเป้าเฉพาะไปที่ตัวรับสัญญาณ (Receptor) ของเซลล์ที่เกี่ยวกับสิวและเซลล์ที่สร้างปัญหาการเกิดสิว จึงเป็นการรักษาที่มีความเฉพาะตัว ตรงตามสาเหตุของการเกิดสิว หรือที่เรียกว่า “Acne Cell Receptor Targeting Product” ซึ่งเป็นการรักษาที่แตกต่างจากการรักษาแบบเดิม และทำให้เกิดผลดังนี้
– ประสิทธิภาพสูงสุด (Most Efficiency)
– ประสิทธิผลสูงสุด (Most Effectiveness)
– ปลอดภัยที่สุด (Most Safety)
เมื่อนำผลิตภัณฑ์เหล่านี้มาใช้ร่วมกับขบวนการอื่นที่ช่วยทำให้ท่อรูขุมขนกลับมาเปิดเหมือนเดิม จะช่วยให้การคืนสู่สภาพเดิม (Resilience) และการยุบลงของสิว (Resolute) เป็นไปอย่างมีประสิทธิผล คือ เห็นผลสิวลดลง 80% ภายในระยะเวลาที่กำหนด (ของสิวแต่ละชนิด) เป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ปลอดภัยที่สุด มีข้อแทรกซ้อนน้อยที่สุด และลดโอกาสเกิดร่องรอยโรคที่ตามมา ด้วยมิติใหม่ของการดูแลผิวอย่างแม่นยำ
คำถามเชิงวิชาการเกี่ยวกับสิวและการแพทย์แม่นยำ
คำถามทั่วไปเกี่ยวกับสิว
คำถาม 1: สิว (Acne Vulgaris) เกิดจากสาเหตุหลักอะไร?
คำตอบ: สิวเกิดจากการทำงานผิดปกติของท่อต่อมไขมันที่ผลิตไขมันมากเกินไป ประกอบกับการเพิ่มจำนวนของเชื้อ P. Acnes ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนและการอักเสบตามมา
คำถาม 2: สิวอุดตัน (Comedones) คืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร?
คำตอบ: สิวอุดตันคือการสะสมของไขมันและเซลล์ผิวที่หลุดลอกในรูขุมขนจนเกิดเป็นก้อนเรียกว่า “ไมโครคอมิโดน” เมื่อสะสมมากขึ้นจะนูนขึ้นเป็นสิวอุดตัน
คำถาม 3: สิวแบ่งออกเป็นกี่ประเภทหลัก และต่างกันอย่างไร?
คำตอบ: แบ่งเป็น 2 ประเภทหลักคือ
- สิวไม่อักเสบ
- สิวอักเสบ
การรักษาแต่ละประเภทจะแตกต่างกัน เช่น ใช้เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ในสิวไม่อักเสบ และใช้ยาปฏิชีวนะ เช่น คลินดามัยซินในสิวอักเสบ
คำถามเกี่ยวกับสิวตามแนวทางแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine)
คำถาม 4: ตามหลักแพทย์แม่นยำ สิวไม่อักเสบถือว่าเป็นสิวอักเสบหรือไม่?
คำตอบ: ใช่ ถือว่าเป็นสิวที่เกิดการอักเสบแล้วในระดับเซลล์ แม้ยังไม่แสดงอาการ เช่น ปวด แดง บวม
คำถาม 5: การแบ่งประเภทของสิวอักเสบตาม Precision Medicine แบ่งเป็นกี่ไทป์ และมีลักษณะอย่างไร?
คำตอบ:
- Type 1: สิวอุดตัน ลักษณะนูนเล็กๆ สีเดียวกับผิว อยู่ได้นาน เป็นผลจาก Lymphocyte
- Type 2: สิวปุ๊บปั๊บ ลักษณะชมพู เจ็บ คัน เกิดเร็วหายเร็ว ภายใน 3 วัน จาก Monocyte
- Type 3: สิวเม็ดแดงจาก Neutrophils อยู่ส่วนกลางรูขุมขน ขนาด <5 มม. อยู่นาน 6–8 สัปดาห์
- Type 4: สิวอักเสบลึกและใหญ่ เกิดจาก Neutrophils ส่วนล่างรูขุมขน ขนาด >5 มม. อยู่นาน 12 สัปดาห์
คำถามเกี่ยวกับการรักษาตามแนวทาง Precision Medicine
คำถาม 6: การรักษาสิวแบบแม่นยำ (Precision Medicine) คืออะไร?
คำตอบ: คือการใช้ผลิตภัณฑ์หรือยาเจาะจงต่อจุดรับสัญญาณ (Receptor) ของเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดสิว เรียกว่า “Acne Cell Receptor Targeting Product” ซึ่งตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงกว่า
คำถาม 7: ประโยชน์ของการรักษาสิวด้วยวิธี Acne Cell Receptor Targeting คืออะไร?
คำตอบ: ให้ผลการรักษา:
- มีประสิทธิภาพสูงสุด (Most Efficiency)
- เห็นผลชัดเจน (Most Effectiveness)
- ปลอดภัยที่สุด (Most Safety)
- ลดโอกาสเกิดรอยแผลเป็น และลดการกลับมาเป็นซ้ำ
คำถาม 8: ผลลัพธ์การรักษาสิวจากการใช้ผลิตภัณฑ์แบบ Precision Medicine จะเห็นผลภายในระยะเวลาประมาณเท่าใด?
คำตอบ: สามารถลดสิวได้ประมาณ 80% ภายในระยะเวลาที่สอดคล้องกับสิวแต่ละชนิด เช่น Type 2 ใช้เวลาสั้นเพียง 3 วัน ขณะที่ Type 4 อาจใช้เวลานานถึง 12 สัปดาห์