ปัจจัยเสี่ยงทำไมเป็นสิวแล้ว ถึงเป็นซ้ำๆ บ่อยๆ ไม่หายสักที

สิว ปัญหากวนใจบนใบหน้าที่ใครหลายๆ คนต้องพบเจอ ซึ่งบางคนพอเป็นแล้ว ก็เป็นซ้ำ ไม่หายสักที ลองใช้ยารักษาแบบเดียวกับที่เพื่อนแนะนำก็ยังไม่หาย หรือพอใกล้จะหาย อยู่ๆ ก็ขึ้นมาใหม่อีก จริงๆ แล้ว ปัญหาสิวของแต่ละคน มีปัจจัยที่ทำให้เกิดแตกต่างกัน ดังนั้นการสังเกตตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงนั้น ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยทำให้การรักษาสิวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Contributing factor เป็นปัจจัยเฉพาะบุคคลที่ทำให้ปัญหาที่เป็นอยู่หายช้า แม้จะใช้ผลิตภัณฑ์ในการรักษาที่เหมือนกัน ซึ่งพบได้ประมาณ 20% ที่มีปัจจัยเฉพาะบุคคลที่ทำให้หายได้ช้ากว่าคนอื่น ดังนั้นจึงต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีผลต่อปัจจัยเฉพาะนั้นๆ เพื่อช่วยเร่งให้สิวหายได้เร็วขึ้น แต่ปัจจัยบางอย่างก็ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการรักษาได้ จึงต้องใช้วิธีการหลีกเลี่ยงปัจจัยเหล่านั้นแทน

Acne contributing factor ปัจจัยที่ทำให้สิวยุบช้า เพราะสิวมีหลายชนิด และจากการศึกษายังพบอีกว่า สิวแต่ละชนิดมีปัจจัยที่ทำให้หายช้าต่างกันซึ่งปัจจัยแต่ละปัจจัยมีผลต่อการยุบช้าของสิวแต่ละชนิดที่แตกต่างกัน ดังจะแสดงในตารางเพื่อให้ง่ายต่อการค้นหาปัจจัยที่ตรงกับสิวชนิดนั้นๆได้อย่างแม่นยำตรงจุดมากขึ้น

ปัจจัยที่ทำให้สิวยุบช้า (Acne Contributing factor) Type1 Type2 Type3 Type4
การประกอบอาชีพที่มีการสัมผัสไอระเหยน้ำมัน เช่น อาชีพที่มีการตัดเหล็ก ( Occupations in steel and iron mills )
การขัดถูรบกวนผิวหน้า ( Facial Scrubbing )
การใช้เครื่องสำอางที่มีสารก่อให้เกิดสิวอุดตัน เช่น สี กลิ่น น้ำหอม น้ำมันบางประเภท ( Comedogenic Substances )
มีผิวหน้ามัน มีผิวแห้งตึง แต่หน้ามันวาว ( Seborrhea Skin )
มีประวัติเคยใช้ยาสเตียรอยด์มาก่อน ( Steroids )
การรับประทานน้ำตาล แป้ง ขนมปัง ในปริมาณมาก เป็นประจำ ( Glycemix Index )
มีอาการคันที่ใบหน้า ( Itchy Sensation )
มีสิวขึ้นที่ศีรษะ ( Pimples on the head )
ร่างกายอ่อนแอ พักผ่อนไม่เพียงพอ เช่น เจ็บป่วย ไม่สบาย ( Insufficient Rest )
นอนดึกเป็นประจำ นอนน้อยกว่า6-8 ชม. ( Sleep late at night )
ล้างหน้าด้วยสบู่หรือโฟมที่มีฟองมาก ( Soap containing SLS/Sodium Lauryl Sulfate )
มีผื่นคันที่หน้าและผิวกาย และมีประวัติภูมิแพ้ จาม ไอ มีน้ำมูกตอนเช้า (Atopic Skin)
ช่วงมีประจำเดือน ( Menstrual period )
ผิวหน้ามัน (Oily Skin)
มีสิวเม็ดแดง ( สิวอักเสบไทป์ 3 / Acne Type3 )
มีสิวเม็ดแดงขนาดใหญ่ ( สิวอักเสบไทป์ 4 / Acne Type4 )

Risk Factor หรือ Predisposing Factor ปัจจัยที่ทำให้กลับมาเป็นซ้ำ เป็นปัจจัยที่ทำให้ปัญหาอาการ นั้นๆ กลับมาเป็นซ้ำๆบ่อยๆได้อีก แม้จะรักษาหายไปแล้ว ถ้ายังมี risk factor ที่มีผลต่ออาการนั้น ก็ทำให้ปัญหาอาการนั้นๆกลับมากวนใจเราได้อีก

Acne Risk Factor หรือ Acne Predisposing Factor ปัจจัยที่ทำให้สิวกลับมาเป็นซ้ำ ซึ่งสิวแต่ละชนิดก็มีปัจจัยที่ทำให้สิวกลับมาเป็นซ้ำอีกที่แตกต่างกัน การที่เราทราบถึงปัจจัยที่มีผลต่อการขึ้นใหม่ของสิวแต่ละชนิด จะช่วยป้องกันการเกิดสิวเห่อรอบใหม่ และป้องกันการเกิดรอยแดง รอยดำที่เป็นต้นเหตุของผิวเสียสวยได้อีด้วย ดังตารางนี้

ปัจจัยที่ทำให้สิวกลับมาเป็นใหม่

Acne Risk Factor หรือ Acne Predisposing Factor

Type 1 Type 2 Type 3 Type 4
ช่วงวัยรุ่น อายุ 15-20ปี เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนแอนโดรเจน ซึ่งมีผลต่อการเกิดสิว (Hormonal acne)
การประกอบอาชีพที่มีการสัมผัสไอระเหยน้ำมัน เช่น อาชีพที่มีการตัดเหล็ก (Occupations in steel and irons)
การใช้เครื่องสำอางที่มีสารก่อให้เกิดสิวอุดตัน เช่น สี กลิ่น น้ำหอม น้ำมันบางประเภท (Comedogenic Substances)
มีประวัติเคยใช้ยาสเตียรอยด์มาก่อน ( Steroids )
มีผิวหน้ามัน มีผิวแห้งตึง แต่หน้ามันวาว ( Seborrhea Skin )
มีอาการคันที่ใบหน้า (Itchy sensation)
ศีรษะมีสิว (Pimples on the head)
มีผื่นคันที่หน้าและผิวกาย และมีประวัติภูมิแพ้ จาม ไอ มีน้ำมูกตอนเช้า (Atopic Skin)
มีสิวที่มีอาการ เจ็บๆ คันๆ ตุ่มนูนสีชมพูระเรื่อ ( สิวอักเสบไทป์ 2/ Acne type 2)
มีสิวเม็ดแดงขนาดใหญ่ ( สิวอักเสบไทป์ 4/ Acne type 4)

การรู้ปัจจัยเฉพาะบุคคลที่มีผลต่อสิวแต่ละชนิดได้รวดเร็ว ทำให้ลดความเสี่ยงของการเกิดเป็นสิวซ้ำๆ บ่อยๆ และยังช่วยให้สิวเหล่านั้นยุบได้เร็วตามเวลาที่ควรจะยุบอีกด้วย

คำถามจาก ChatGPT

คำถาม : ทำไมบางคนถึงเป็นสิวซ้ำๆ ไม่หายสักที ทั้งที่รักษาแล้ว?

คำตอบ: เพราะสิวมีปัจจัยเฉพาะบุคคลที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน แม้จะใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์ตัวเดียวกัน แต่หากยังมี “ปัจจัยที่ทำให้สิวยุบช้า (Contributing Factor)” หรือ “ปัจจัยที่ทำให้สิวกลับมาเป็นซ้ำ (Risk Factor)” อยู่ ก็จะทำให้สิวไม่หายขาดหรือกลับมาเป็นใหม่บ่อยๆ ได้

คำถาม : Contributing Factor กับ Risk Factor ต่างกันยังไง?

คำตอบ:

  • Contributing Factor คือปัจจัยที่ทำให้สิวยุบช้า แม้จะรักษาแล้วก็อาจไม่หายง่ายๆ
  • Risk Factor คือปัจจัยที่ทำให้สิวที่หายไปแล้วกลับมาเป็นซ้ำได้อีก

 

คำถาม : มีตัวอย่างของปัจจัยที่ทำให้สิวหายช้า (Contributing Factor) บ้างไหม?

คำตอบ:
มีหลายอย่าง เช่น

  • ล้างหน้าด้วยโฟมที่มีฟองมาก (มี SLS)
  • ใช้เครื่องสำอางที่มีสารก่อให้เกิดสิวอุดตัน
  • การขัดถูผิวหน้าแรงๆ
  • พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • มีประวัติใช้ยาสเตียรอยด์มาก่อน
  • ผิวมัน หรือผิวแห้งแต่หน้ามันวาว
  • การทานน้ำตาลหรือแป้งเยอะ

คำถาม : แล้วปัจจัยที่ทำให้สิวกลับมาเป็นซ้ำ (Risk Factor) มีอะไรบ้าง?

คำตอบ:

  • อยู่ในช่วงวัยรุ่นที่ฮอร์โมนแปรปรวน
  • มีผิวมันจัด หรือผิวแห้งแต่หน้ามัน
  • อาชีพที่สัมผัสน้ำมันหรือฝุ่น เช่น งานตัดเหล็ก
  • ใช้เครื่องสำอางอุดตันรูขุมขน
  • นอนดึก พักผ่อนน้อย
  • มีประวัติภูมิแพ้ หรือผื่นคันบนใบหน้า

คำถาม : สิวแต่ละชนิดมีปัจจัยที่กระตุ้นแตกต่างกันจริงไหม?

คำตอบ: จริง! เช่น

  • สิวอักเสบเม็ดแดงขนาดใหญ่ (Type 4) มักเกิดซ้ำในคนที่เคยใช้สเตียรอยด์ หรือทำงานเจอไอระเหยน้ำมัน
  • สิวอักเสบทั่วไป (Type 3) อาจยุบช้าหากทานของหวานบ่อย มีผิวมัน และนอนน้อย
  • สิวไม่อักเสบ (Type 1) มักเกี่ยวกับพฤติกรรม เช่น ขัดถูหน้าแรง หรือทานแป้งมากเกิน

คำถาม : รู้ปัจจัยของตัวเองแล้วช่วยเรื่องสิวได้ยังไง?

คำตอบ: ถ้ารู้ว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้นสิวของตัวเอง ก็สามารถหลีกเลี่ยงหรือลดปัจจัยนั้นได้ ซึ่งจะช่วยให้สิวหายเร็วขึ้น และลดโอกาสเป็นซ้ำซาก ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น