ผลการรักษาระดับ GOLD STANDARD

พื้นที่รอยสะเก็ดเงินลดลงไม่ต่ำกว่า 75% ในเวลาไม่เกิน 8 สัปดาห์ แม้ว่า เป็นชนิดเรื้อรัง (Chronic Plaque Type) เป็นมานานประมาณ 6 เดือน – 1 ปี ซึ่งเป็นรอยโรคชนิดที่คนส่วนใหญ่จะเป็น

1. ทฤษฎีใหม่การตรวจสอบโรคสะเก็ดเงิน
ตอน การตรวจสอบรอยโรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) ด้วยการย้อมสีขี้ไคลดูนิวเคลียส (Nucleus)
วิธีการตรวจสอบว่ารอยโรคที่สงสัยว่าจะเป็นสะเก็ดเงิน คือ การตัดผิวหนังมาตรวจจะพบลักษณะที่สำคัญอย่างหนึ่งคือการมีนิวเคลียส (nucleus) ของเซลหนังกำพร้า (Keratinocyte) ค้างอยู่ในชั้นขี้ไคลเป็นจำนวนมาก เรียกว่า Parakeratosis Δ ทำให้รอยโรคสะเก็ดเงินมีสะเก็ดสีเงิน

2. ทฤษฎีใหม่การตรวจสอบโรคสะเก็ดเงิน
ตอน ชั้นขี้ไคลมีนิวเคลียส (parakeratosis) ที่ผิวปกติของผู้ที่เป็นโรคสะเก็ดเงิน
ทฤษฎีใหม่ของการเกิดรอยโรคสะเก็ดเงินเป็นจากภูมิคุ้มกันผิดของร่างกาย Δ ผิวทั่วกายจึงมีความผิดปกติ เรียกว่าผิวสะเก็ดเงิน และสามารถตรวจสอบได้ด้วยการลอกชั้นขี้ไคลมาตรวจได้ เช่นเดียวกัน คลิกดู การตรวจสอบด้วยตนเอง

3. ทฤษฎีใหม่การรักษาโรคสะเก็ดเงิน
ตอน การรักษาด้วยผลิตภัณฑ์ที่ทำให้รอยโรคสะเก็ดเงินราบลงอย่างปลอดภัย
เนื่องจากไม่ว่าการรักษาแบบใด ราคาแพงแค่ไหน ก็ไม่สามารถเปลี่ยนผิวสะเก็ดเงินให้เป็นผิวปกติได้ จึงควรคำนึงถึงความปลอดภัยโดยหลีกเลี่ยงยาที่ออกฤทธิ์แบบปูพรม เช่น สเตอรอยด์ ซึ่งนอกจากจะทำให้ผิวบางลงแล้วยังอาจมีผลเสียต่อ ตับ ไต และ อวัยวะต่างๆและมักจะกลับมาเป็นได้อีกอย่างรวดเร็วและเป็นมากกว่าเดิมเมื่อหยุดใช้ยา แต่จะใช้ก็ไม่ได้เพราะยิ่งใช้ผิวยิ่งบาง ยิ่งจะลุกลามโดยจะเห็นได้จากในวงการแพทย์ผิวหนังได้สั่งสอนกันมานานแล้วว่า ให้หลีกเลี่ยงการให้สเตอรอยด์ในโรคสะเก็ดเงิน Δ

4. ทฤษฎีใหม่การรักษาโรคสะเก็ดเงิน
ตอน ชนิดของรอยโรคสะเก็ดเงินทั่วไป (Psoriasis vulgaris)
ชนิดของรอยโรคสะเก็ดเงินมีผลต่อการยาก/ง่ายของการหายเองหรือหายจากการรักษา โดยทั่วไปแบ่งเป็น
1. สะเก็ดเงินแบบเป็นผื่น เป็นหยดๆ หรือดวงๆ (guttate psoriasis) รักษาหายง่ายและมักหายได้เอง
2. สะเก็ดเงินแบบปื้นเพิ่งเป็นๆหายๆ ในเวลาไม่เกิน 6 เดือน รักษาให้หายได้ไม่ยาก
3. สะเก็ดเงินแบบปื้นเรื้อรัง (chronic plaque type psoriasis) เป็นมานานเกิน 6 เดือน ไม่เกิน 3 ปีรักษาให้หายได้ยาก
4. สะเก็ดเงินแบบเป็นปื้นเรื้อรัง ดื้อ (recalcitrant psoriasis) เป็นมานานกว่า 3 ปี ไม่ตอบสนองกับการรักษาทั่วไปใดๆ รักษาให้หายได้ยากมาก

5. ทฤษฎีใหม่การรักษาโรคสะเก็ดเงิน
ตอน การตอบสนองต่อการรักษาของรอยโรคสะเก็ดเงินแต่ละชนิด
โรคสะเก็ดเงินตอบสนองต่อการรักษาแตกต่างกันตามชนิดของรอยโรค โดยรอยโรคที่เป็นเหมือนผื่นกระจายเป็นหยดๆ (Guttate) ตอบสนองเร็วที่สุดและราบหมดไปเองในเวลาไม่นาน

6. ทฤษฎีใหม่การวัดผลการรักษาโรคสะเก็ดเงิน
ตอน ดัชนีชี้วัดประเมินผลลัพธ์การรักษาที่เป็น Gold standard
ประสิทธิภาพของผลลัพธ์การรักษาสะเก็ดเงิน ทำโดยการคำนวณความรุนแรงที่เปลี่ยนไปจากการรักษาที่เรียกว่า PASI (Psoriasis Area and Severity Index) คือการคำนวณคะแนน ร้อยละ (%) ของพื้นที่ของรอยโรคแต่ละรอยหรือพื้นที่ทั้งหมดทั่วร่างกาย ถูกแทนที่ด้วยผิวปกติได้เป็น % เท่าใดก็ได้คะแนนตามนั้น

7. ทฤษฎีใหม่การวัดผลการรักษาโรคสะเก็ดเงิน
ตอน ชนิดของรอยโรคสะเก็ดเงินที่กำหนดให้นำมาใช้ในการประเมิน Gold standard ของผลลัพธ์การรักษา
ในการประเมินซึ่งที่เป็นที่ยอมรับกันอย่างเป็นสากลจะนำมาใช้เป็น Gold standard ของผลลัพธ์การรักษาจากผลิตภัณฑ์สามารถรักษาสะเก็ดเงินคือรอยโรคชนิดเรื้อรัง (chronic plaque type) ได้ผล

8. ทฤษฎีใหม่การรักษาโรคสะเก็ดเงิน
ตอน ข้อสังเกตุการเลือกผลิตภัณฑ์ในอดีตถึงปัจจุบันแบบต่างๆ
เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่สเตอรอยด์และต้องปลอดภัย ถ้าใช้หลักการทฤษฎีใหม่ไม่คาดหวังผลที่ผิดแผกไปจาก gold standard การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ทาภายนอกเป็นอันดับแรกยกเว้นมีรอยโรคเดิมบริเวณกว้างจนไม่สามารถทาได้ทั่วถึง

9. ทฤษฎีใหม่การรักษาโรคสะเก็ดเงิน
ตอน ระยะเวลาการแปรผลวัดผลการรักษาสะเก็ดเงินแต่ละชนิด
ผลิตภัณฑ์ที่เห็นผลเร็วกับรอยโรคที่หายไม่ยากไม่สามารถนำมาแปรผลเปรียบเทียบกันได้ หรือรอยโรคชนิดที่หายยากมากก็ไม่สามารถจะเปรียบเทียบได้เช่นกัน

ดังนั้นจึงต้องเริ่มด้วยโดยสากล Gold standard การวัดผลของผลิตภัณฑ์ในการรักษาสะเก็ดเงินจะใช้รอยโรคที่เป็นชนิดเรื้อรัง (chronic plaque type) เป็นมานานประมาณ 6 เดือน – 1 ปี ซึ่งเป็นรอยโรคชนิดที่คนส่วนใหญ่จะเป็น

10. ทฤษฎีใหม่การรักษาโรคสะเก็ดเงิน
ตอน ทำให้รอยเกาน้อยลง รอยโรคเรียบขึ้น
การเกาบนผิวที่รอยโรคสะเก็ดเงินทำให้ผิวที่ตำแหน่งนี้ชอกช้ำ เซลล์ผิวหนังกำพร้าและหนังแท้มีการตายรวมทั้งอาจมีเชื้อโรคเข้าสู่ผิวหนังเพิ่มขึ้นจึงเป็นการเพิ่มสัญญาณที่ทำให้รอยโรคสะเก็ดเงินกำเริบ ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทฤษฎีใหม่ในการบล็อคสัญญาณมีประสิทธิผลของผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ลดลง โดยเห็นได้จากการให้หยุดการเกาได้ติดต่อกันรอยโรคสะเก็ดเงินก็เรียบขึ้น

11. ทฤษฎีใหม่การควบคุมโรคสะเก็ดเงิน
ตอน การควบคุมสะเก็ดเงินที่ราบเรียบแล้ว
ทฤษฎีการเกิดโรคสะเก็ดเงินในปัจจุบันเชื่อกันโดยทั่วไปว่าโรคสะเก็ดเงินเป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบจากภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติโดยคนส่วนใหญ่มีกรรมพันธุ์เป็นพื้นฐาน ภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติมีผลคือผิวหนังทั่วร่างกาย ส่วนการจะเกิดรอยโรค ณ ตำแหน่งใดขึ้นกับปัจจัยที่ต่างกันแต่ส่วนใหญจะอยู่ที่ตำแหน่งที่ถูกรบกวนบ่อยๆ นั่นคือ Δ

12. ภาคผนวกโรคสะเก็ดเงิน
การคาดคะเนประสิทธิภาพในการรักษาสะเก็ดเงิน
ความสามารถในการคาดคะเนประสิทธิภาพในการรักษาโรคสะเก็ดเงิน (systemic psoriasis) ได้มีการนำเอาความรู้ทางด้านชีวสารสนเทศ (bioinformatics gene) ที่เก็บข้อมูลจาก mRNA ในผิวหนังมาวิเคราะห์หาการรักษาที่เหมาะสม เพื่อ เพิ่มคุณภาพชีวิต ลดค่าใช้จ่าย และลดระยะเวลาในการพัฒนายาใหม่ๆ โดยหลัก การนี้ได้ตีพิมพ์ในวารสารที่น่าเชื่อถือ JAMA dermatology